Search
Wednesday, August 24, 2016 ..:: หน้าแรก/เกี่ยวกับโครงการ ::.. Register  Login

 

 

 

 

     ข่าว/เอกสารแนะนำ    

 

แนวคิด ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ข้อแนะนำ ที่อยู่บนฐานขององค์ความรู้และประสบการณ์ต่างๆ อันหลากหลายและยาวนานของผู้ทรงคุณวุฒิและอนุกรรมการของ อจชล.

ดาวน์โหลด


 


 


คณะผู้วิจัยได้ประมวลข้อมูลและความรู้ถึง
ผลประโยชน์ทางทะเล ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนให้เห็นความสำคัญของการจัดทำนโยบายระดับชาติเพื่อพิทักษ์รักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลไทย ที่ยังต้องการองค์ความรู้จากงานวิจัยทั้งในเชิงเทคโนโลยี และมิติทางสังคมอีกมาก เพื่อให้ผลประโยชน์ทางทะเลกลับสู่ประเทศไทยมากขึ้น นำไปสู่ความสมดุล พอเพียง และยั่งยืนได้ในอนาคต

คำแปลอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 พร้อมทั้งความตกลงแก้ไขภาค 11 ของอนุสัญญาฯ ที่คนไทยจำเป็นต้องรู้และเข้าใจ เพื่อการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลไทย


รายงานฉบับสมบูรณ์

โครงการสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตของประเทศไทยกับการใช้ทะเลอย่างยั่งยืน

ดาวน์โหลด

 


เข้าสู่ระบบ



Register
Forgot Password ?

View Hit : Counter Powered by  RedCounter
ตั้งแต่ 20 เมษายน 2552
People Online People Online:
Visitors Visitors: 38
Members Members: 0
Total Total: 38

Online Now Online Now:

 

โครงการจัดการความรู้เพื่อผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

Knowledge Management for National Marine Interests Project
Thailand Research Fund (TRF)

 

ความเป็นมา

ข้อค้นพบที่สำคัญจากโครงการ “สถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตของประเทศไทยกับการใช้ทะเลอย่างยั่งยืน” ทำให้ทราบความจริงที่ว่าปัจจุบันผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลที่ประเทศไทยพึงได้นั้นมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 7.5 ล้านล้านบาท[1] ซึ่งนับเป็นมูลค่ามหาศาล และแนวโน้มในอนาคตคนไทยจะมีการใช้ทะเลเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่สถานภาพของทะเลไทยเสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ ผลประโยชน์ทางทะเลจำนวนมหาศาลนั้นเกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ หลายส่วนด้วยกันอาทิเช่น การค้าและการขนส่งทางทะเลหรือพาณิชยนาวี การใช้ทรัพยากรมีชีวิตและไม่มีชีวิตจากทะเล การท่องเที่ยวทางทะเล เป็นต้น ผลประโยชน์ดังกล่าวสามารถมองได้ว่าเป็นโอกาสที่สำคัญของประเทศไทย อย่างไรก็ดีข้อเท็จจริงที่ได้ก็แสดงให้เห็นอีกเช่นกันว่าผลประโยชน์เหล่านั้นตกอยู่ในมือคนไทยไม่ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ อันมีสาเหตุหลักมาจากขาดความสามารถในการบริหารจัดการและการมีนโยบายและยุทธศาสตร์ทางทะเลในภาพรวมที่ชัดเจนและเหมาะสม ประเด็นอุปสรรคที่สำคัญได้แก่การขาดกลไกที่สามารถนำมาใช้เพื่อให้เกิดระบบการบริหารจัดการเชิงบูรณาการอย่างยั่งยืน

โครงการสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตของประเทศไทยกับการใช้ทะเลอย่างยั่งยืนยังได้มีเสนอแนะในแง่มุมต่างๆ เพื่อการจัดการแก้ไขปัญหา รวมทั้งเริ่มสร้างกลไกที่สำคัญใน 2 ส่วน คือ

1.ภาคีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลเกิดเป็นคณะอนุกรรมการจัดการความรู้เพื่อผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล[2] โดยคณะอนุกรรมการฯ นี้ มีอำนาจหน้าที่ในการเสนอแนะและให้คำแนะนำทางวิชาการเกี่ยวกับนโยบาย มาตรการ แผนงาน หรือโครงการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลเพื่อความมั่นคงแห่งชาติทางทะเลในทุกด้านทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ฯลฯ ของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือองค์กรประชาชนเพื่อให้การปฏิบัติตามนโยบาย มาตรการ แผนงาน หรือโครงการนั้นเป็นไปอย่างสอดคล้องกันหรือมีการประสานงานกันอย่างมีประสิทธิภาพ มีการติดตามและประเมินผลในการปฏิบัติตามนโยบาย มาตรการ แผนงาน หรือโครงการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล นอกจากนี้คณะอนุกรรมการฯ ต้องจัดทำกรอบนโยบายทางทะเลเพื่อคุ้มครองและรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลในทุกๆ ด้าน รวมไปถึงการให้ความรู้ทางวิชาการเพื่อประสานและสนับสนุนกระบวนการเข้าเป็นภาคีสมาชิกอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 ดำเนินการศึกษารูปแบบและให้ข้อเสนอแนะในการจัดตั้งองค์กรอิสระหรือองค์กรในรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลทั้งหมดอย่างบูรณาการ และดำเนินการให้มีการตรากฎหมายกลางขึ้นใช้บังคับเพื่อรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล ซึ่งกฎหมายดังกล่าวต้องไม่ซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่นที่มีอยู่แล้ว

2. กลไกรู้ข้อมูลทางทะเลในเบื้องต้น ซึ่งได้แก่ ระบบฐานข้อมูลสถานการณ์การใช้ทะเลในปัจจุบัน ซึ่งมีการเผยแพร่ผ่านเว็บไซด์ http://marinepolicy.trf.or.th

กลไกที่สำคัญทั้งสองส่วนเป็นการดำเนินการซึ่งจะนำไปสู่การจัดการผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลอย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม กลไกนี้จะดำเนินไปถึงจุดมุ่งหมายไม่ได้ถ้าไม่มีการนำองค์ความรู้ต่างๆ มาใช้ โดยอันดับแรกจะต้องมีการประมวล การวิเคราะห์และสังเคราะห์ รวมทั้งการนำเสนอองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลทั้งหมดในภาพรวมเสียก่อน จึงได้เกิดโครงการจัดการองค์ความรู้เพื่อผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลขึ้น โดยโครงการจะทำงานในลักษณะระบุประเด็นที่เป็นปัญหาในแต่ละด้านที่เกี่ยวกับการใช้ทะเลจากผลการศึกษาวิจัยของโครงการสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตของประเทศไทยกับการใช้ทะเลอย่างยั่งยืน การประชุมอนุกรรมการจัดการความรู้เพื่อผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล และการประชุมผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ จากนั้นจัดลำดับความสำคัญของประเด็นปัญหา แล้วจัดเวทีสังเคราะห์ความรู้เพื่อหาทางแก้ไขปัญหา ซึ่งจะทำให้ใด้ข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขปัญหาเป็น 2 ส่วน คือ 1) ข้อเสนอแนะในเชิงของการจัดการในประเด็นต่างๆ และ 2) โจทย์วิจัยที่ต้องนำไปศึกษาต่อ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วโครงการจะสามารถจัดทำเป็นข้อเสนอแนะการจัดการผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลในภาพรวมได้ด้วย ทั้งนี้การดำเนินการในทุกขั้นตอนจะใช้ระบบฐานข้อมูลความรู้ทางทะเลเป็นเครื่องมือ และผลที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินโครงการนอกจากจะเป็นการสานต่อกลไกที่ได้มีการดำเนินการไปแล้วให้สำเร็จลุล่วง ยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชนเพื่อร่วมกันผลักดันให้เกิดนโยบายการจัดการผลประโยชน์ทางทะเลระดับชาติได้ต่อไป


วัตถุประสงค์

1. เพื่อประมวลและสังเคราะห์องค์ความรู้และสร้างโจทย์วิจัยที่นำไปสู่การพัฒนายุทธศาสตร์การจัดการผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล

2. เพื่อพัฒนาฐานความรู้ข้อมูลทางทะเล เพื่อการจัดการ/ใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

3. เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการจัดการความรู้เพื่อผลประโยชน์
แห่งชาติทางทะเล

 




[1] เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์, รศ. ดร. และคณะ. 2550. ผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล สถานการณ์และข้อเสนอ. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สร้างสรรค์ปัญญา: ชุดนโยบายสาธารณะ ลำดับที่ 17.
[2] คณะกรรมการอำนวยการและประสานการปฏิบัติตามนโยบายความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล (อปท.) มีคำสั่งที่ 1/2551 ลงวันที่ 24 มกราคม 2551 เรื่องแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดการความรู้เพื่อผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 27 พฤศจิกายน 2550

 

 


ดู โครงการจัดการความรู้เพื่อผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

 

 

     โครงการจัดการความรู้เพื่อผลประโยชน์เเห่งชาติทางทะเล

 

       c/o  สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ห้อง 906 ชั้น 9 อาคารสถาบัน 3 ถนนพญาไท ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330

           โทรศัพท์ 0 2218 8164   โทรสาร  0 2652 5066 กด 0

 

© สงวนลิขสิทธิ์   Terms Of Use  Privacy Statement